Monday, June 1st, 2009 at
4:15 am
การเลือกชื่อ domain เป็นปัจจัยทำ adsense ที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะครับ
อย่างที่เราทราบกันดีกว่าสุดยอดการทำอันดับ search engine จดชื่อตาม keyword นั้นอันดับแรงแซงทางโค้ง คะแนนกระฉูด แต่ทว่า.. มันก็ได้แค่ keyword เดียวหน่ะซี่ ถ้าเราทำเวปแบบยาวๆหากินนานๆ ขออนุญาติยกตัวอย่างเช่นจะทำเรื่องเกี่ยวกับหมา อย่างน้อยๆต้องมี keyword เกี่ยวกับหมาอยู่ 1 ตัว ตามด้วยอะไรก็ได้ที่จำได้ง่ายๆ เช่น dogzone, dogclub, dogtips จำง่ายแถม search engine ยังมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะเขียนอีกด้วย ผมแนะนำว่าอย่าจดอะไรที่มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราทำ มาดูตัวอย่างง่ายๆ กันดีกว่าครับ ก็เวปนี้หน่ะแหละ!! มีอย่างที่ไหนทำเวป adsense แต่ดันชื่อ jebjai (เจ็บใจ) มันบ้าไปแล้ว คนละเรื่องกันเลย แบบนี้จะทำอันดับได้ยากกว่าถ้าเทียบกับจดชื่อโดเมนให้มีคำว่า adsense อยู่ด้วยนะครับ แต่ของผมไม่ต้องห่วงครับ “ผมเอามันส์”
ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบเจอได้บ่อยสำหรับคนทำเวป MFA คือ ชื่อ keyword นั้นมีคนจดโดเมนไปก่อนแล้วทั้งนั้นเลย
เอ้า!! แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีหล่ะ??
ผมเอาตัวอย่างจริงกันมาเลยนะครับ จากภาพเป็นการแข่งขัน seo contest ระดับโลกในหัวข้อ “global warming awareness 2007″ ครับ ลองไป search ใน google ดูครับว่าเวปหน้าแรกนั้นส่วนใหญ่จะมีโดเมนชื่ออะไร?
ผมสรุปให้เลยละกันนะครับเทคนิคการจดให้ตรงชื่อ keyword มีอะไรบ้าง
- เติมคำข้างหน้า keyword อาทิเช่น about, the, a เป็นต้น
- เติมคำข้างหลัง keyword อาทิเช่น zone, tips, area, edu เป็นต้น
- ใส่เครื่องหมายขั้นระหว่างคำ เช่น adsense-make-me-rich.com
คำถามคือจดแบบไหนได้อันดับดีกว่ากัน ?? เอาแล้วสิ
ผมให้เรื่องนี้เพื่อนๆไปลอง test กันเองดูละกันครับ วิธี test ก็ง่ายๆ จดโดเมน co.cc (เอาของฟรีสบายใจ) หา content จากที่ไหนก็ได้ ezine ก็ได้ จดโดเมน 3 รูปแบบเช่น
- aboutadsensemakemerich.co.cc
- adsensemakemerichedu.co.cc
- adsense-make-me-rich.co.cc
จากนั้นก็นำ content ใส่ไปทั้ง 3 โดเมน (content อันเดียวกัน) เมื่อเรียบร้อยโรงเรียนจีนก็ ping ซะ รอ index แล้ววัดผลว่า จดโดเมนแบบไหน เจ๋งที่สุด! งานนี้ทดสอบกันเองนะครับ
ความรู้ที่ถูกต้องคือความรู้จากที่ได้ลงมือทำแล้วเห็นผลประจักษ์เอง ใครก็หลอกเราไม่ได้ครับ!!
ใครได้ผลอย่างไรเอามาบอกกันด้วยนะครับ ว่าจะตรงเหมือนกันไหม??
Monday, June 1st, 2009 at
3:18 am
มาถึงขั้นตอนในการหาบทความนะครับ อย่างที่รู้กันว่า unique content คือสุดยอด ต้องอ่านรู้เรื่อง,ไม่ซ้ำชาวบ้าน,แกรมม่าไม่มั่ว เท่านี้เราก็ปลอดภัยไม่ต้องไปกลัวว่าเวปเราจะโดนแบนไหมให้เมื่อยตุ้ม แถม unique content ยังทำอันดับได้ดีอีกด้วย ห้ามพลาด!
เป็นปัญหามากครับสำหรับผมช่วงแรกเพราะไม่มีปัญญามาเขียน content เป็นภาษาอังกฤษแน่ๆ เพราะ grammar คงผิดตรึม! ช่วงแรกผมจึงมักใช้ท่าไม้ตาย ?ขอความกรุณาแฟนเขียนให้ครับ?
มาพักหลังมันเริ่มไม่ไหวครับ งานเริ่มเยอะ แฟนบ่น ออกตัวไม่ไหวแล้วจ้า? ?ขี้เกียจเขียนแล้ว!?
ผมจึงต้องหาผู้ช่วยมือฉมังให้มาช่วยงาน โดยผมเริ่มหาที่ digitalpoint เลยครับ ตั้งห้องประกาศหาคนเขียนพร้อมให้ส่งตัวอย่างผลงานมาให้ดูว่า เจ๋งจริงอ๊ะเปล่า! ปรากฏว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีคน PM มาหาผมราวๆ 10 คนเห็นจะได้ มีตั้งแต่คิดราคา 4-20$ ต่อ 500 words ผมก็สั่งงานให้เขียน article มาให้คนละบทความ (เลือกคนราคาเสนอราคาถูกๆ มี feedback น่าเชื่อถือ) ใครเจ๋งสุดก็เอาคนนั้นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็สั่งแต่คนนี้เลย สบายใจดี คุยกันไปคุยกันมาเป็นเพื่อนกันซะเลย
เอาหล่ะครับถ้าเพื่อนๆ อยากหาฝรั่งมาเขียนบทความให้ซึ่งมีข้อดีคือ
- สำนวนและการเขียนดูเป็นมืออาชีพ
- แกรมม่าไม่เพี้ยน (อาจมีบ้างต้องเลือกคนดีๆ)
สำหรับราคาถูกๆ ต้องยกให้คนอินเดียครับแต่จะรับผิดชอบไหมนั่นอีกเรื่องนึง ผมเจอแต่อินเดียชอบอู้แฮะ ผมมีเวปมาแนะนำถ้าอยากจะจ้างฝรั่งนะครับ
- warriorforums
- digitalpoint
- elance
ราคาจะคิดเป็นต่อคำครับเช่นคำละ $0.01 บางคนจะคิดอัตราการทำงานเป็นรายชั่วโมงครับ ให้เลือกคนที่คิดว่าเขียนออกมาได้เจ๋งสุด แล้วพยายามป้อนงานให้เขาอยู่กับเรานานๆครับ เท่านี้เราก็จะมีนักเขียนมือฉมังส่วนตัวกันซะที!
Monday, May 25th, 2009 at
9:06 pm
ความเดิมต่อจากตอนที่แล้ว
หลังจากที่เรารู้ราคา keyword แล้วโดยที่ผมแนะนำไปว่าน่าจะเอาซัก 3$ ขึ้นไป
ในวันนี้ก็มาถึงตอนสุดท้ายนะครับ ผมจะให้มาวิเคราะห์คู่แข่งว่าเราสามารถเบียดอันดับไปได้ไหม??
เริ่มกันเลยดีกว่า!!
keyword ตัวเดิมจากคราวก่อนนะครับ “adsense tips”
โดยการดูข้อมูลผมมักใช้ seoquake (plugin firefox) ในการดูคร่าวๆก่อนครับ
ให้เราเลือกดูข้อมูลที่ google.com มันก็จะออกมาประมาณนี้ครับ

เวปนี้เป็นเวปอันดับ 2 ครับ ที่ผมหยิบเวปนี้ออกมาให้วิเคราะห์ดูเพราะว่าเวปนี้เกิดมาเพื่อ optimize คำนี้โดยเฉพาะเลยหล่ะ!!
- Domain name และ Title ส่วนประกอบที่สำคัญสุดของ onpage factor ก็ว่าได้ครับ เวปนี้จึงเป็นคู่แข่งที่เราต้องสืบค้นประวัติกันให้ละเอียด
- PR ได้คะแนน 3? ถือว่ายังพอจะบู๊ได้ครับมากกว่านี้จะลำบากมากขึ้นอีกมาก แต่เราต้องสืบก่อนว่าที่เค้าได้ pr3 นั้น backlink มาจากที่ไหน?
- Yahoo link ตรงนี้แหละครับที่ต้องดูให้ดีๆ ว่า backlinks ที่เขาได้มานั้น ได้มาจากที่ไหน หายังไง ใช้กลยุทธแบบไหน comment blog, submit article, bookmarking,ซื้อ link? หรืออะไรก็แล้วแต่ว่าเราสามารถเลียนแบบเขาได้ไหม ?
- Dmoz listed และ Yahoo directory ถ้าเวปเขามีใน dmoz,yahoo ผมว่าให้เปลี่ยน keyword เลยครับ งานจะหินมาอีกระดับนึงเลย ถ้าจะสู้ต่อก็ต้องใช้ระยะเวลามากกว่าเดิม
- Domain Age ถ้าเวปเพิ่งเกิดเห็นได้ว่าปี 2006 ก็สบายใจได้บ้างครับ ไม่โหด
- Traffic ที่ต้องทำสีแดงไว้ตรงนี้สำคัญมากๆ ครับ ย้ำว่าสำคัญมาก เราจะได้รู้ว่า keyword ที่เราเลือกมานั้นมันมีคน search เข้ามาจริงอ๊ะเปล่า? ดูจากคู่แข่งของเรานี่แหละคร่าวๆ ไม่งั้นไม่มี traffic ก็เสียเวลาทำครับ
การวิเคราะห์คู่แข่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราต้องรู้ หากเราดูบ่อยๆอาศัยประสบการณ์แล้ว แค่มองผาดๆก็จะรู้แล้วครับว่า keyword ที่เราเลือกมามันสามารถทำเงินได้รึเปล่า? สุดท้ายก็ขอให้เพื่อนๆได้ keyword เจ๋งๆ มาครอบครองนะครับ
Friday, May 22nd, 2009 at
12:45 am
ความเดิมต่อจากตอนที่แล้ว
เมื่อตอนที่แล้วเราก็ได้ทำการกรอง keyword มาจำนวนหนึ่งที่มีปริมาณคนค้นหากันพอสมควร
ในตอนนี้นี้เราจะมาวัดว่า keyword นั้นมันทำเงินอ๊ะเปล่า?
วิธีเบสิคแต่ได้ผลดีครับ ไปที่ ==> https://adwords.google.com/select/TrafficEstimatorSandbox
กรอกรายละเอียด keyword และ ประเทศที่เราเน้นเป้าหมาย ในที่นี้ผมเลือกเป็น
keyword คำว่า “adsense tips” ละกันนะครับ (มั่วเอา)
ประเทศเป้าหมาย united state
ผลลัพธ์จะออกมาแบบนี้

เมื่อเห็นราคาคลิกแล้วถือว่าโอเคในระดับหนึ่งครับ โดยปกติผมมักจะเลือก 3$ ขึ้นไป
ต่ำกว่านี้ผมว่ามันได้น้อยมาก ถ้า traffic เยอะจริงๆ แนะนำว่าให้หาตัวใหม่ดีกว่า
แต่มาถึงจุดนี้เราต้องใช้ common sense ด้วยนะครับว่า keyword ที่เราเลือกมาจะเปลี่ยนเป็นเงินได้หรือเปล่า? ในที่นี้ keyword ที่ผมเลือกมา ถ้าเอามาทำ adsense คงจะไม่ work แน่ๆ เพราะคงไม่มีคนทำ adsense จะมาคลิกให้เราง่ายๆ จริงไหมครับ?
ตอนต่อไปจะบอกถึงวิธีดูความแข็งแกร่งของคู่แข่ง และดูว่า keyword ที่เราเลือกมาจะทำเงินได้จริงไหม?