Saturday, July 18th, 2009 at
3:13 am
สวัสดีครับ หายไปนานมัวแต่ปั๊มเวปเพิ่มช่วงนี้เลยมีเวลา update น้อยลง วันนี้เลยมาเสนอวิธีที่ผมใช้เลือก keyword อาจไม่ต้องทำครบทุกข้อนะครับแล้วแต่ความขยัน
1 สุ่ม keyword หมวดที่เราชอบมาซักหมวด สมมติเอา “car insurance”
2 เอา keyword ไปซอยออกมาย่อยๆ ที่ wordtracker (แบบเสียเงิน) หรือพวก keyword elite
3 ใช้ proxy ของประเทศที่เราจะทำ seo ลอง search ดูว่ามีคนโฆษณาไหม ถ้ามี ok ถ้าไม่มีหาคำใหม่
4 ในระหว่างนี้ใช้ seo quake หรือ seo for firefox เพื่อดู ความแข็งแกร่งของคู่แข่งคร่าวๆ
5 เวปไหนมีแววทำอันดับได้ ให้ไปดูค่าคลิกที่ https://adwords.google.com/select/TrafficEstimatorSandbox ว่าได้ประมาณเท่าไหร่? โดยมากผมเลือกมากกว่า $1+
6 ตรวจเช็คที่ https://adwords.google.com/select/KeywordToolExternal อีกทีนึงว่ามีคน search เยอะไหม?
7 ดูแนวโน้ม keyword ว่ามีสิทธิ์ ร่วงหรือรุ่งที่ google trend อันที่มีแววร่วงอย่างรวดเร็ว ตัดทิ้งเลือก keyword ใหม่
8 กลับมาเช็คคู่แข่งอีกทีว่ามี backlink เท่าไหร่ ได้จากที่ไหน? พอสุ้ไหวมั้ย? ดูง่ายๆที่ yahoo หรือใช้โปรแกรม seo elite
9 ถ้าเอามั่นใจว่าโอเคแล้ว ลอง bid keyword นี้ดูด้วย adword ว่ามีคนคลิกไหม?
10 สวดภาวนา ขอให้ถูกหวยทีเถ้อออ… อย่าทำเป็นเล่นทำทั้ง 9 ข้อแล้ว ไม่ทำเงิน ก็ยังมี!! แล้วแต่ดวงจริงๆครับ หมั่นทำดีเข้าไว้
โพสนี้อาจจะดูมึนๆ สำหรับมือใหม่นะครับ เอาเป็นว่าลองหาข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจารย์ google นะครับ
Wednesday, June 3rd, 2009 at
1:55 am
เลือก Host ไม่ดีมันชีช้ำกระปล่ำปลีมานักต่อนักแล้ว!!
ทำไมหรอครับ ???
เอาง่ายๆเลยสาเหตที่ต้องเจอบ่อยๆคือ host ล่ม ซี๊ดสิครับ ก็วันนึงๆ
เวปในโฮสเรามันทำเงินได้มากกว่าค่าเช่าโฮสทั้งปีซะอีกนะ วันเดียวรายได้ก็หายวับ แล้วลองคิดดูสิครับถ้าเกิดล่มบ่อยๆหล่ะ??
อีกเรื่องนึงคือการโดนเจาะหรือโดน hack นั่นเอง ไอ้เวปที่คุณทำมาๆ อยู่มาวันนึงอาจจะหายไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเลยก็ได้นะครับ ถ้าไม่ได้ back up เอาไว้หล่ะ ?? ถึงกับอับจนเลยทีเดียว หลายๆคนมักจะชอบของถูก ของฟรี แต่ส่วนมากคุณภาพมันก็ไม่ค่อยสู้จะดีนัก
คุณภาพต้องมาก่อน !!
เราจึงต้องคอยตรวจสอบว่า host ที่เราจะซื้อเนี่ยะ มันโอเคไหม มีคนบ่นมากหรือเปล่า? ถ้าเป็นเวปไทยก็ต้องไปที่
thaihosttalk.com สำหรับเวปนอกก็ต้อง webmasterworld.com ครับ ลอง search ชื่อ host ที่เราจะสมัครดูแล้วดูว่ามีคนบ่นเยอะหรือเปล่า
อีกเรื่องนึงที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือเรื่องของการบริการ support ลักษณะของการ support มันจะออกมาอีหรอบนี้ครับ
1 support ดี support ไว เหมือนกับเล่น chat กันยังไงหยั่งงั้น ผมให้ seohosting กับ hostgator
2 support ดี support ช้า ประมาณ 1 วันขึ้นไป ผมให้ dreamhost กับ hostmonster
3 support ตอบ กวนประสาท บางทีจะถามว่าจะเปิด function นี้ทำยังไงๆ ตอบสั้นๆ “ไม่ทราบ” จบข่าว
4 ไม่ตอบเลย ถามมาสิ ไม่ตอบ มีอะไรอ๊ะเปล่า! คุณสามารถหาเจอบ่อยๆได้ตามของฟรีทั่วไป
Monday, June 1st, 2009 at
4:15 am
การเลือกชื่อ domain เป็นปัจจัยทำ adsense ที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะครับ
อย่างที่เราทราบกันดีกว่าสุดยอดการทำอันดับ search engine จดชื่อตาม keyword นั้นอันดับแรงแซงทางโค้ง คะแนนกระฉูด แต่ทว่า.. มันก็ได้แค่ keyword เดียวหน่ะซี่ ถ้าเราทำเวปแบบยาวๆหากินนานๆ ขออนุญาติยกตัวอย่างเช่นจะทำเรื่องเกี่ยวกับหมา อย่างน้อยๆต้องมี keyword เกี่ยวกับหมาอยู่ 1 ตัว ตามด้วยอะไรก็ได้ที่จำได้ง่ายๆ เช่น dogzone, dogclub, dogtips จำง่ายแถม search engine ยังมองว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะเขียนอีกด้วย ผมแนะนำว่าอย่าจดอะไรที่มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราทำ มาดูตัวอย่างง่ายๆ กันดีกว่าครับ ก็เวปนี้หน่ะแหละ!! มีอย่างที่ไหนทำเวป adsense แต่ดันชื่อ jebjai (เจ็บใจ) มันบ้าไปแล้ว คนละเรื่องกันเลย แบบนี้จะทำอันดับได้ยากกว่าถ้าเทียบกับจดชื่อโดเมนให้มีคำว่า adsense อยู่ด้วยนะครับ แต่ของผมไม่ต้องห่วงครับ “ผมเอามันส์”
ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบเจอได้บ่อยสำหรับคนทำเวป MFA คือ ชื่อ keyword นั้นมีคนจดโดเมนไปก่อนแล้วทั้งนั้นเลย
เอ้า!! แล้วทีนี้จะทำอย่างไรดีหล่ะ??
ผมเอาตัวอย่างจริงกันมาเลยนะครับ จากภาพเป็นการแข่งขัน seo contest ระดับโลกในหัวข้อ “global warming awareness 2007″ ครับ ลองไป search ใน google ดูครับว่าเวปหน้าแรกนั้นส่วนใหญ่จะมีโดเมนชื่ออะไร?
ผมสรุปให้เลยละกันนะครับเทคนิคการจดให้ตรงชื่อ keyword มีอะไรบ้าง
- เติมคำข้างหน้า keyword อาทิเช่น about, the, a เป็นต้น
- เติมคำข้างหลัง keyword อาทิเช่น zone, tips, area, edu เป็นต้น
- ใส่เครื่องหมายขั้นระหว่างคำ เช่น adsense-make-me-rich.com
คำถามคือจดแบบไหนได้อันดับดีกว่ากัน ?? เอาแล้วสิ
ผมให้เรื่องนี้เพื่อนๆไปลอง test กันเองดูละกันครับ วิธี test ก็ง่ายๆ จดโดเมน co.cc (เอาของฟรีสบายใจ) หา content จากที่ไหนก็ได้ ezine ก็ได้ จดโดเมน 3 รูปแบบเช่น
- aboutadsensemakemerich.co.cc
- adsensemakemerichedu.co.cc
- adsense-make-me-rich.co.cc
จากนั้นก็นำ content ใส่ไปทั้ง 3 โดเมน (content อันเดียวกัน) เมื่อเรียบร้อยโรงเรียนจีนก็ ping ซะ รอ index แล้ววัดผลว่า จดโดเมนแบบไหน เจ๋งที่สุด! งานนี้ทดสอบกันเองนะครับ
ความรู้ที่ถูกต้องคือความรู้จากที่ได้ลงมือทำแล้วเห็นผลประจักษ์เอง ใครก็หลอกเราไม่ได้ครับ!!
ใครได้ผลอย่างไรเอามาบอกกันด้วยนะครับ ว่าจะตรงเหมือนกันไหม??
Monday, June 1st, 2009 at
3:18 am
มาถึงขั้นตอนในการหาบทความนะครับ อย่างที่รู้กันว่า unique content คือสุดยอด ต้องอ่านรู้เรื่อง,ไม่ซ้ำชาวบ้าน,แกรมม่าไม่มั่ว เท่านี้เราก็ปลอดภัยไม่ต้องไปกลัวว่าเวปเราจะโดนแบนไหมให้เมื่อยตุ้ม แถม unique content ยังทำอันดับได้ดีอีกด้วย ห้ามพลาด!
เป็นปัญหามากครับสำหรับผมช่วงแรกเพราะไม่มีปัญญามาเขียน content เป็นภาษาอังกฤษแน่ๆ เพราะ grammar คงผิดตรึม! ช่วงแรกผมจึงมักใช้ท่าไม้ตาย ?ขอความกรุณาแฟนเขียนให้ครับ?
มาพักหลังมันเริ่มไม่ไหวครับ งานเริ่มเยอะ แฟนบ่น ออกตัวไม่ไหวแล้วจ้า? ?ขี้เกียจเขียนแล้ว!?
ผมจึงต้องหาผู้ช่วยมือฉมังให้มาช่วยงาน โดยผมเริ่มหาที่ digitalpoint เลยครับ ตั้งห้องประกาศหาคนเขียนพร้อมให้ส่งตัวอย่างผลงานมาให้ดูว่า เจ๋งจริงอ๊ะเปล่า! ปรากฏว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีคน PM มาหาผมราวๆ 10 คนเห็นจะได้ มีตั้งแต่คิดราคา 4-20$ ต่อ 500 words ผมก็สั่งงานให้เขียน article มาให้คนละบทความ (เลือกคนราคาเสนอราคาถูกๆ มี feedback น่าเชื่อถือ) ใครเจ๋งสุดก็เอาคนนั้นแหละครับ หลังจากนั้นผมก็สั่งแต่คนนี้เลย สบายใจดี คุยกันไปคุยกันมาเป็นเพื่อนกันซะเลย
เอาหล่ะครับถ้าเพื่อนๆ อยากหาฝรั่งมาเขียนบทความให้ซึ่งมีข้อดีคือ
- สำนวนและการเขียนดูเป็นมืออาชีพ
- แกรมม่าไม่เพี้ยน (อาจมีบ้างต้องเลือกคนดีๆ)
สำหรับราคาถูกๆ ต้องยกให้คนอินเดียครับแต่จะรับผิดชอบไหมนั่นอีกเรื่องนึง ผมเจอแต่อินเดียชอบอู้แฮะ ผมมีเวปมาแนะนำถ้าอยากจะจ้างฝรั่งนะครับ
- warriorforums
- digitalpoint
- elance
ราคาจะคิดเป็นต่อคำครับเช่นคำละ $0.01 บางคนจะคิดอัตราการทำงานเป็นรายชั่วโมงครับ ให้เลือกคนที่คิดว่าเขียนออกมาได้เจ๋งสุด แล้วพยายามป้อนงานให้เขาอยู่กับเรานานๆครับ เท่านี้เราก็จะมีนักเขียนมือฉมังส่วนตัวกันซะที!