Thursday, June 11th, 2009 at
8:47 pm
โปรโมทต์เวปไซต์ด้วยการ submit article?วิธีการโปรโมตเวปไซต์วิธีนี้หลายคนไม่ได้ทำและคิดว่ามันเป็นเรื่องยุ่งยากเพราะปัญหาด้านภาษาอังกฤษที่ทำเอาหลายคนส่ายหน้ากันเป็นแถบๆ แต่ท่านทราบไหมว่าวิธีการนี้ทรงพลังมากๆ! ฝรั่งจึงถึงกับเรียกว่า “article marketing”
หลายๆคนคงทราบแล้วว่าเนื้อหาภายใน article นั้น จะต้องเขียนให้ชวนน่าติดตาม น่าสนใจ ให้ผู้เข้าชมอ่านมาเรื่อยๆจนมาถึง resource box แล้วคลิก link มายังเวปที่เราต้องการโปรโมตเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ
เอาหล่ะเพื่อนๆมาดูกันครับว่าเราจะได้ประโยชน์อะไรจากการ submit article กันบ้าง
- ได้ backlink จากเวปคุณภาพ ได้ทั้ง ?link reputation ( link ที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาของเวปเรา)
- ได้ Traffic ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ วิธีนี้ได้คนเข้าชมและเป็นผู้เข้าชมคุณภาพซะด้วย ก็คือมีความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการเป็นทุนอยู่แล้ว เสร็จโก๋งานนี้!
- เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า มีคนนำบทความเราไปลง ทำให้เวปเรามี backlink เพิ่มขึ้นมาโดยไม่ต้องทำอะไรให้เมื่อยตุ้ม
(แถมได้ link มาจากหลาย class c และเนื้อหาสอดคล้องกันซะอีก คุ้มไหมหล่ะครับ)
ปัญหาคือ เขียนภาษาอังกฤษไม่เป็น ทำไงดีหล่ะเนี่ยะ ?
คำตอบคือ จ้างเขียนสถานเดียวครับ! เรื่องพวกนี้เราไม่ต้องไปยุ่งดีกว่าครับ เสียเวลา ?ปล่อยให้มืออาชีพทำกันดีกว่าโดยเราจะจ้างฝรั่งได้ในราคาประมาณ $3 - $5 ครับ
แต่ถ้าอยากได้บทความขั้นเทพ เขียนจากผู้ชำนาญเฉพาะทางจริงๆราคาจะขึ้นไปมากกว่านั้นหลายเท่า
ถามว่าจะเขียนยังไงให้คนดูเยอะๆหล่ะ ?
ไม่ยากครับ มันจะมีบทความที่ขึ้นหิ้งประมาณว่าคนเข้าดูมากที่สุดในรอบเดือน จะบอกว่าบทความนี้คนเข้าชมเท่าไหร่ เราก็จัดการเลียนแบบครับ (อย่าลอกเด๊ะๆ) เดินตามคนที่เก่งๆเลยว่าเขาเขียนถึงเรื่องอะไร ?ลักษณะการเขียนเป็นยังไง ตรง Resource box เขาเขียนยังไงที่จะให้คนมาคลิก ?แล้วเราก็ไปบอกฝรั่งให้ดัดแปรงเขียนตาม ง่ายดีไหมหล่ะครับ
Wednesday, June 10th, 2009 at
8:28 pm
วันนี้ฤกษ์ดีมาเผยเทคนิคเพิ่มรายได้ adsense แบบพุ่งๆกันเลยดีกว่า!
ก่อนอื่นผมขอตั้งคำถามว่า หากคุณหา keyword ต่อมาก็สร้างเวป และทำ SEO เอาหล่ะคุณใช้เวลาไปประมาณ 1 เดือน (สมมติว่าติดอันดับ 1 search engine เลยละกัน)??และแล้วมันก็เห็นผล! รายได้เริ่มเข้ามาอาจจะซักวันละ $1 - $2 หรือมากกว่านั้น!
คำถามก็คือ…
คุณจะทำอะไรกับมันต่อไปครับ ?
ติ๊ก….ต่อก ?ติ๊ก…ต่อก………
หมดเวลาครับ!! ให้เวลาน้อยจริงๆ
บางคนอาจจะบอกว่า “ก็หา backlink เพิ่มสิ เพื่อไม่ให้ใครมาโค่นเราง่ายๆ”
บางคนบอกว่า “ก็หา keyword เพิ่มต่อด้วยวิธีการแบบเดิม แล้วก็ปั๊มเวปขึ้นมาใหม่”
ผมพบว่าคำตอบเหล่านี้นั้นมัน….. ถูกต้องครับ (ของมันชัวร์อยู่แล้ว)
แต่ถ้าคุณลืมวิธีการนี้แล้วถือว่าพลาดอย่างน่าเสียดายจริงๆ นั่นก็คือเทคนิคการ dominant หรือเข้าครอบครองจุดยุทธศาสตร์นั่นเอง!
มันเป็นยังไงหล่ะ ก็สั้นๆ ง่ายได้ใจความครับคือในหน้า 1 นั้น ทุกเวปเป็นของเราหมดนั่นเอง!
เทคนิคนี้ก็เหมือนร้านเซเว่น ที่พอเปิดตรงไหนแล้วทำรายได้ดีก็จะเปิดสาขาเพิ่มเพื่อครอบครองส่วนแบ่งทางการตลาดนั่นเองครับ ก็ในเมื่อเรารู้แล้วว่า keyword ไหนมันทำเงิน จะไปหาเพิ่มใหม่ก็ได้ครับ แต่ว่าควรยึดครองพื้นที่เป้าหมายของเราให้หมดด้วยเช่นกัน บางคนทำ keyword จนได้อันดับ 1 แล้วเลิกเลย หาใหม่ไปเรื่อยๆ ผมว่าเสียโอกาศทองอย่างเจ็บกระดองใจมากครับ ในเมื่อมันทำง่ายๆ ไม่เสียเวลานานมากๆแล้ว เราก็ควรยึดครองให้หมด!
เทคนิคต่อไปคือการอำพราง
เมื่อเรายึดครองพื้นที่หมดแล้ว ข้อแนะนำสำหรับผมคือ อย่าทำเวปในลักษณะเดียวกัน หมายความว่าอย่างไร? ลองคิดดูเล่นๆซิครับ ถ้าเวปอันดับ 1-10 เป็นเหมือนกันเดี๊ยะๆ คนอื่นเขาก็รู้กันหมดหน่ะซี้ว่าไอ้เวปพวกนี้หน่ะมันทำเงิน! แถมซ้ำร้ายหากโชคไม่ดีอาจถูก penalty โดนทำโทษจาก search engine ก็ได้ เพราะฉนั้นเราควรทำเวปให้มันดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เนียนที่สุด อะไรก็ได้ให้มันรู้สึกได้ว่าเป็นเวปที่ทำคนละคนกัน
หวังว่าเทคนิคเล็กๆนี้คงเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ บ้างนะครับ
Tuesday, June 9th, 2009 at
4:16 am
โปรโมตเวปนี่เรื่องสำคัญรองจากหา keyword เลยนะครับ และเป็นอะไรที่เราต้องทำไปเรื่อยๆ เป็นอะไรที่ต้องใช้ความพยายามมาก น่าเบื่อสุดยอดว่างั้นเถอะ!
หลายคนตกม้าตายตรงนี้แหละ
เรามาว่ากันด้วยการโปรโมตยอดนิยมกันก่อนดีกว่า!
Directory Submission ผมว่าเพื่อนๆส่วนใหญ่ต้องเคยลองแหละ วิธีนี้กว่าจะเห็นผลจะใช้ระยะเวลานานที่สุด ว่ากันทีล่อไป 3-6 เดือน เลยทีเดียวเชียว การสมัคร directory ส่วนใหญ่เราหวังแค่เรื่องเดียวครับ oneway backlink เรื่อง Traffic ไม่ต้องพูดถึงครับห่วยสนิท! เคล็ดไม่ลับคือส่วนใหญ่จะเน้นสมัครแบบหว่านแห คือล่อกันทีเป็นพัน directory ว่างั้นเถอะ และส่วนใหญ่จะเป็น directory ที่ไม่มีคุณภาพ เชื่อไหมครับถึงเราจะสมัครผ่านทั้ง 1 พันเวป ก็อาจจะแพ้คนที่สมัครแค่ 1-2 เวปแต่เป็น directory มีคุณภาพ
ปัญหาคือ อะไรคือ directory คุณภาพหล่ะเนี่ยะ?
Directory คุณภาพ
- มีอายุเวปยาวนานและมีค่า pr สูง ตรงนี้สำคัญมากครับเพราะการที่ directory มีอายุยาวนานขนาดนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแต่ยังก็คงมีค่า pr ในระดับสูง แสดงว่า search engine ได้ให้ความสำคัญซึ่งเรียกสั้นๆว่า authority site ถ้าได้มีโอกาศได้อยู่ในเวปเหล่านี้หล่ะก็อันดับพุ่งกระฉูดขอรับท่าน!เพราะ search engine จะมองว่าเวปเรามีคุณภาพไปด้วยแต่ส่วนใหญ่ directory จำพวกนี้จะต้องเสียเงินครับและจะรับเฉพาะเวปคุณภาพเท่านั้น!
แน่นอนครับสุดยอด directory ในตำนานก็คือ dmoz นั่นเอง เฮี้ยนจริง ได้ไปอยู่ในนั้นเหมือนได้ทัพนับแสน ว่าไปนั่น
- มีการส่งค่า pr ให้เวปเราแบบชัวร์ๆ Text link เน้นๆ ไม่มี nofollow, redirect link
- บอทกระจาย เวปมีการ update ถี่ ให้เราดูที่ cache ว่าเวปนั้นถูกเก็บล่าสุดวันไหน? ถ้ามีการบันทึกครั้งสุดท้ายล่อไปซัก 10 กว่าวัน ถือว่าบอทยังไม่เยอะ
(แต่ไม่ต้องไปดูมากหรอกครับเสียเวลา เน้นๆแค่ข้อ 1 กับ 2 ก็พอแล้ว)
เคล็ดไม่ลับ
- ถ้าจะให้ดี ถ้าเราสมัคร directory แบบโนเนม เน้นปริมาณมากๆ ก็ควรดูเรื่อง class c ให้แตกต่างกันด้วยนะครับ เช่น แต่ถ้าได้ class b และ a ต่างกันจะยิ่งดีขึ้นไปอีก!
124.35.48.16
124.12.88.54
84.56.123.42
Thursday, June 4th, 2009 at
6:22 pm
วันนี้มาพูดถึงการวางโครงสร้างเวปไซด์กันดีกว่านะครับ ว่าแต่ว่าไอ้เจ้า silo เนี่ยะมันคืออะไรกันหว่า? เคยได้ยินกันบ้างไหมครับ?
“หลายคนส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก…”
จริงๆแล้วเจ้า silo structure มันมีที่มาจาก ebook เล่มหนึ่งครับชื่อ The Master Plan ของ Charles R. Heflin โดยหลักๆของมันแล้วจะพูดถึงเกี่ยวกับการวางโครงสร้างของ category และบทความให้มีความสัมพันธ์กัน
ขออนุญาติยกตัวอย่างให้ดูกันเลยดีกว่า

main category ในหน้า homepage
Adsense
จะแตก category แยกย่อยออกมาเป็น
Adsense Tips
จะแตก category แยกย่อยออกมาเป็น
Secret Adsense Tips
จะแตก category แยกย่อยออกมาเป็น
Secret Adsense Tips For Advance
ประมาณนี้ครับ หลักๆคือเวลาแตก category ให้มันมีความสัมพันธ์กันกับ keyword main หลักในหน้า homepage นั่นเอง เพื่อให้การ link ไปแต่ละหน้านั้นเป็นไปทำนองที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันมากที่สุด หากเราจะ link ไปที่หน้าที่มีเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันเราจะใช้คำสั่ง nofollow แทนครับ ส่วนการ link ไปหน้าต่างๆนั้นไม่ควรเกิน 3-4 ครั้งนับจากหน้าแรก ใน ebook จะกล่าวถึงรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายครับใครสนใจลงลึก ลองหาซื้อมาอ่านดูได้นะครับผม (ผมไม่ได้ค่า affliate นะเนี่ยะ อิอิ) เล่มนี้ผมแนะนำเลยเป็นการสอนทำเวป white hat ล้วนๆครับ